October 28th, 2008
อาหารจำเป็นของการมีอายุขัยยั่งยืน อย่าให้ขาด ชา กาแฟและโกโก้
Published on October 28th, 2008 @ 05:31:37 pm , using 1 words, 3388 views
อาหารจำเป็นของการมีอายุขัยยั่งยืน อย่าให้ขาด ชา กาแฟและโกโก้

นักวิทยาศาสตร์โภชนาการเอกสั่งว่า ถ้าอยากมีอายุขัยให้ยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง ควรจะต้องดื่มชา และกาแฟ ไม่ก็โกโก้ทุกวัน
ในปริมาณที่สมควรและไม่มากเกินไป อย่าให้ขาด ศาสตราจารย์แกรี วิลเลียมสัน มหาวิทยาลัยลีดส์ แห่งอังกฤษ มีความเห็นว่า ผู้ที่อยากมีอายุยืนสุขภาพแข็งแรง จะขาดชา กาแฟ และโกโก้ ไม่ได้ เพราะมันเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญ เครื่องดื่มทั้งสามนี้ รวมอยู่ในรายการที่เขาให้ชื่อว่า “สิ่งที่ใช้เป็นอาหารอันจำเป็นของการมีอายุขัยยืนยาว” ที่กำลังรวบรวมอยู่ ทั้งหมด 20 อย่างด้วยกัน
เขายกย่องว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ ไม่ แต่เพียงจะช่วยชะลอความแก่ชราให้เท่านั้น
หากยังจะช่วยถนอมรักษาเซลล์ไม่ให้เสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติของกาลเวลาด้วย อาจารย์แกรีบอกต่อไปว่า จากการศึกษาทางระบาดวิทยา ได้ผล ต่างพากันสนับสนุนพวกอาหารที่อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ในการปกป้องคุ้มครองร่างกาย ผู้ที่กินผักและผลไม้น้อยจะขาดสารนี้ เป็นเหตุให้เสี่ยงกับการเจ็บป่วยมากขึ้น “เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นกับที่จะได้บรรลุอายุขัยได้สูงสุด จึงต้องถือ ว่ามันเป็นพื้นฐานของการมีอายุขัยยั่งยืน” อย่างแท้จริง.
แบบว่า เราก็กินกาแฟทุกวัน...ไม่น่าละ ทำไมหน้าเรายังเด็ก...
October 10th, 2008
งานหนังสือมาอีกแล้วจ้า
Published on October 10th, 2008 @ 10:58:02 am , using 12 words, 952 views
สำหรับหนอนหนังสือทั้งหลาย เอามาบอกกล่าวกัน
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่13(มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13)
BOOK EXPO THAILAND 2008

ระยะเวลาจัดงาน
รวมทั้งสิ้น 13 วัน คือ
ระหว่างวันเสาร์ที่ 11 – วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2551
เวลา 10.00-21.00 น.
พิธีเปิด
วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2551 เวลา 10.00 น.
สถานที่จัดงาน
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ลองเข้าไปดูรายละเอียดเว็บนี้ได้ http://www.thailandbookfair.com/bookexpo2008/index.php
เราไปทุกครั้งเลยอะ ใครไปแล้วมีหนังสืออะไรดี ๆ น่าอ่านก็มาบอกกันบ้างนะ ![]()
August 27th, 2008
ทายนิสัยจากริมฝีปากกก จ้า...
Published on August 27th, 2008 @ 02:34:24 pm , using 6 words, 1026 views
ปากแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน บางคนริมฝีปากหนา บางคนริมฝีปากบาง หากอยากรู้นิสัยใครก็อ่านริมฝีปากดูสิคะ
มุมปากโค้งขึ้น
คนที่มีริมฝีปากโค้งขึ้นเหมือนกำลังยิ้มอยู่เป็นนิจ บ่งบอกว่าเป็นคนมีอารมณ์แจ่มใส สนุกสนานร่าเริง ใครที่อยู่ใกล้มักได้หัวเราะไปกับเธอด้วย
ปากเล็ก
คนที่มีปากเล็กจิ้มลิ้มมักเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง หากไม่พอใจก็ไม่แสดงออกให้คนอื่นรู้ เก็บงำอารมณ์ไว้จนยากที่จะอ่านออกว่าโกรธหรือเปล่า
ริมฝีปากล่างใหญ่กว่า
คนที่มีริมฝีปากล่างใหญ่กว่าริมฝีปากบน มักเป็นคนที่ห่วงหาอาทรคนอื่นเสมอ มีความโอบอ้อมอารี หากรักชอบใครก็มักให้ของโดยไม่หวังผลตอบแทน
ริมฝีปากบนใหญ่กว่า
หนุ่มคนใดที่มีริมฝีปากบนใหญ่กว่าริมฝีปากล่าง มักเป็นชายที่ทุ่มเทความรักให้คนที่เค้ารักเต็มที่ หนุ่มคนนี้จึงเป็นคนมีเสน่ห์ และเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆ
มุมปากตก
คนที่มุมปากตกมักเป็นคนขี้บ่น หากไม่พอใจอะไรก็จะพร่ำบ่นไม่เลิกราง่ายๆ เป็นคนคิดมากจนเกิดทุกข์ ใครอยู่ใกล้ก็จะทุกข์ไปด้วย
ปากใหญ่
คนที่มีปากใหญ่มักเป็นคนพูดเก่ง ปากหวาน หากเป็นหนุ่ม ปากหวานก็จะถูกมองว่าเป็นคนเจ้าชู้ประตูดิน แต่ก็มีสาวๆหลงคารมของเขาล่ะนะ
August 27th, 2008
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี
Published on August 27th, 2008 @ 02:12:26 pm , using 1 words, 2862 views
วันไหนอยู่ดีๆ แล้วเกิดตากระตุกขึ้นมา คนที่มีความเชื่อตามแบบโบร่ำโบราณจะต้อง คิดทันทีว่า "ขวาร้าย ซ้ายดี" แต่ถ้าไปถามหมอก็จะได้คำตอบว่าอาการตากระตุก แบ่ง ได้เป็น 2 กรณี คือ เปลือกตากระตุก และลูกตากระตุก
เปลือกตากระตุก อาจเกิดจากนิสัยความเคยชินในวัยเด็ก เด็กบางคนสามารถกระตุก เปลือกตาและใบหน้าเป็นครั้งคราวได้ และสามารถหยุดได้ทันทีเมื่อต้องการหยุด อาการจะหายไปได้เมื่อโตขึ้น นอกจากนั้นอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในคน สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จะมีอาการเปลือกตา ค่อยๆบีบตัวเกร็งทีละน้อยจนกลายเป็นหลับตาแน่นมากทั้งสองตา เกิดเป็นครั้งคราว เป็นๆ กายๆ ขณะหลับจะไม่มีอาการ
หากทิ้งไว้นาน ความรุนแรงและความถี่จะมากขึ้นจน กลายเป็นตาปิดตลอด ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ เปลือกตากระตุกอีกชนิดเกิดจากกล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระตุก มัก เกิดจากเส้นเลือดในสมองโป่งพอง หรือมีเนื้องอกกดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงเปลือกตา จะมีอาการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อเปลือกตาและกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกอาการเกร็ง จะคงอยู่แม้ขณะหลับจะมีอันตรายต้องได้รับการผ่าตัด
ตากระตุก เป็นอาการกระตุกของลูกตาเป็นจังหวะด้วยทิศทางและความแรงแตกต่างกันออก ไป เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เกิดขึ้นภายใน 2-3 เดือนแรก หลังคลอดหากลูกตากระตุ กเท่าๆ กันในตาทั้งสองข้างอาจร่วมกับการมีศีรษะสั่นด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมี ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น นอกจากนี้ยังพบได้จากการล้าของกล้ามเนื้อตาทำให้ตากระตุก กลุ่มนี้ไม่มีปัญหา อะไรหายเองได้ แต่หากอาการตากระตุกเป็นอยู่นานๆ ควรต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบ หาสาเหตุของโรคจะได้แก้ไขอย่างถูกต้องต่อไป