ฮวงจุ้ยกราฟิก ทฤษฏี 5 ธาตุ

by e-fengshuidesign.com Email

Link: http://www.e-fengshuidesign.com/meaning.html

ฮวงจุ้ยกราฟิก อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์ : ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

จากแนวคิดเรื่องหยินหยางเกี่ยวกับความสมดุลแล้ว ฮวงจุ้ยยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องธาตุถือว่าเป็นแก่นของทฤษฏีฮวงจุ้ยเลยก็ว่าได้ หากเปรียบเทียบดู หยินหยาง คือหัวใจ หรือ เป้าหมายที่จะมุ่งไป ทฤษฏี 5 ธาตุ คือ วิธีการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายนั้น
ศาสตราจารย์เฝิงอิ่วหลันกล่าวไว้ว่า หยินหยาง มีพื้นฐานมาจากดาราศาสตร์ ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า ฟางจือ นิกายนี้ีมีแนวโน้มไปทางวิทยาศาสตร์ โดยพยายามอธิบาย ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น ในความหมายของพลังของธรรมชาติ ในระยะเริ่มแรก ก่อนที่จะเกิดนิกายนี้ นักปราชญ์ในสมัยนั้นมีแนวความคิดอยู่ 2 ทฤษฎี ซึ่งต่างก็พยายามอธิบายปรากฎการณ์ธรรมชาติทฤษฎีแรก คือ หยินหยางส่วนทฤษฎีที่สอง คือ ธาตุทั้ง 5 หรือ หวู ซิ่ง มีหลักฐานปรากฎอยู่ในหนังสือ the book of history โดยใช้ชื่อว่า หลักใหญ่ ทฤษฎีนี้กล่าวถึงธาตุทั้ง 9 แต่เน้นความสำคัญเฉพาะ 5 ธาตุโดยอธิบายไว้ดังนี้

- โลหะ หรือทอง มีลักษณะที่อาจถูกหลอมและเปลี่ยนรูปร่างได้
- น้ำ มีธรรมชาติเปียกชื้นและไหลลงสู่ที่ต่ำ
- ไม้ มีลักษณะโค้งงอหรือตั้งตรง
- ไฟ มีลักษณะเป็นเปลวพุ่งขึ้นสู่ที่สูง
- ดินใช้เพาะปลูก

หนังสือ อู่ ซิง ซวอ ซึ่งเป็นหนังสือโบราณ ได้กล่าวถึงธาตุทั้ง 5 ไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากธาตุทั้ง 5 นี้ ธาตุทั้ง 5 จะเป็นส่วนประกอบของทุกสิ่งในโลกนี้ คนจีนใช้ความคิดนี้อธิบายสิ่งต่างๆ เช่น ฮวงจุ้ย ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ เคมีีว่าเอาอะไรผสมอะไรแล้วเกิดเป็นอะไร ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนจึงถือกำเนิด

ฮวงจุ้ยได้สอดแทรกความหมายเชิงปริศนาธรรมเอาไว้ เชื่อว่าเกิดขึ้นในช่วงหลังจากที่ได้รับอิทธิพลของศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ในจีน ในช่วงสมัยราชวงศ์ฮั่น 206 ก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 220 ลัทธิเต๋ากับศาสนาพุทธผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ส่งผลให้ฮวงจุ้ยได้รับอิทธิพลเรื่องของการกระทำดี และสอดแทรกเรื่องการกระทำดีเป็นส่วนหนึ่งของเคล็ดวิชา โดยแทนความหมายของ 5 ธาตุ เป็นปรัชญา 5 อย่าง เพื่อเป็นสิ่งเตือนสติให้กระทำดี ดังนี้

ธาตุทอง คือการดำเนินชีวิตอยู่ด้วย ความกตัญญ สำนึกในบุญคุณแห่งสรรพสิ่งทั้งปวง ปฏิบัติดำเนินชีวิต ด้วยความเที่ยงธรรมปราศจากความลำเอียงและมีความกล้าหาญในวิถีทางที่ถูกต้อง เพื่อแก้ไขมิให้มีความ วิบัติ เสื่อมโทรม ไม่เจริญงอกงามแห่งชีวิต หรือ สูญสิ้น"
ธาตุน้ำ คือการดำเนินชีวิตอยู่ด้วยสติปัญญา ปัญญาธรรม คือมีสติปัญญาหยั่งรู้ เท่าทันวัฎจักรแห่งทุกข์ มีการศึกษาหาความรู้ เพื่อเข้าใจในต้นเหตุแห่งปัญหาเพื่อแก้ไขสภาพความวุ่นวายไม่สงบความชั่วร้าย
แห่งจิตใจ และสถานการณ์ต่างๆ ของ "ผีสิง"
ธาตุไม้ คือการดำเนินชีวิตด้วยความ เมตตา ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตา ยินดีด้วยในความสุขสำเร็จของผู้อื่น อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลางไม่ลำเอียง หรือ"พรหมวิหาร 4"
เพื่อแก้ไขแปรสภาพ ของความเป็นสิ่งหมองใจในชีวิตแปรเป็นสภาพเป็นความเบิกบานใจมีสมาธิและสุขปิติเพื่อก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในปัญญา และในวาจาเป็นคุณประโยชน์ต่อตนเองและสังคมให้เจริญวัฒนาก้าวหน้าสืบไป
ธาตุไฟ คือการดำเนินชีวิตอยู่ด้วย จริยธรรม อันดีงามได้แก่ การประพฤติตนให้มีความ สุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน กริยามารยาทดีงาม มีคุณสมบัติพรั่งพร้อมทั้ง กาย วาจา และใจ เพื่อแก้ไขมิให้เกิดความหลงผิด มั่วอบายมุข เกิดความเดือดร้อน ที่เป็นอุปสรรคเดือดร้อนต่างๆ ของ "โทษภัย"
ธาตุดิน คือการดำเนินชีวิตอยู่ด้วย ความซื่อสัตย์ สุจริตมีความสุขุม หนักแน่น รอบคอบ และอดทน คือ" สัตยธรรม" มีความเชื่อมั่นในความถูกต้องดีงาม ไม่หลงผิดหูเบาใจเบาหลงไปกับสิ่งไม่ดี เพื่อแก้ไขความปั่นป่วน หรือการได้รับการก่อกวนจากภายนอก ติฉินนินทาว่าร้ายให้เสียหายได้คือ "อสูร

ฮวงจุ้ยกราฟิก : แนวคิดการนำฮวงจุ้ยมาประยุกต์กับการออกแบบ

by e-fengshuidesign.com Email

Link: http://www.e-fengshuidesign.com

ฮวงจุ้ยกราฟิก อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์:ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย
ตั้งแต่โบราณ มนุษย์ได้ใช้สัญลักษณ์เครื่องหมายแผนภาพสัญลักษณ์ แทนความหมายต่างๆ ในทุกวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งเป็นสื่อแทนความหมายต่างๆ ทางธรรมชาติมนุษย์ยอมรับว่าคุณค่าภายในของสิ่งใดๆก็ตามสามารถแสดงออกด้วย เครื่องหมายและรูปแบบภายนอกดังนั้นมนุษย์จึงใช้สัญลักษณ์ เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ที่มีความหมายในทางวัฒนธรรมในสังคมของตน และแสดงออกถึงอุดมการณ์
และแรง บันดาลใจส่วนตัว

ชาวจีนใช้สัญลักษณ์และเครื่องหมายมาเนิ่นนาน สัญลักษณ์และเครื่องหมายการค้าของชาวจีน อาจมีพื้นฐานอยู่บนลวดลายดอกไม้ รูปทรงเรขาคณิต สัตว์ สัญลักษณ์ของศาสนาและแนวเรื่องอื่นๆ ตัวอย่างเช่นตัวเลขประกอบเครื่องหมายตรีลักษณ์ทั้งแปด ซึ่งเชื่อกันว่าฟูซี ( 2852 ปีก่อนคริสต์ศักราช )จักรพรรดิในตำนานโบราณ เป็นผู้คิดค้นเป็นหนึ่งในบรรดาสัญลักษณ์ดั้งเดิมสองสามสัญลักษณ์แรกๆ ที่พวกหมอดูใช้กัน สัญลักษณ์นี้คือโลโก้สำหรับการพยากรณ์ ซึ่งได้รับการเรียกว่า เหอถู กอปรด้วยจุดต่างๆ ซึ่งต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น เครื่องหมาย
ตรีลักษณ์ ฮวงจุ้ย เป็นคำที่คนทั่วไปใช้แทน คำว่า กานอวี่ ซึ่งเป็นศิลปะแห่งการออกแบบที่อ้างอิงถึงวัฒนธรรมจีนตลอดจนความคิดสัญลักษณ์ สภาพแวดล้อม และอิทธิพลของจักรวาล

แนวคิดเรื่องการนำฮวงจุ้ยมาใช้การสร้างสัญลักษณ์ต่างๆ มาจากทฤษฏีจีนเรื่อง การเสริมปรับดวงชะตา
ตามหลักของการ ผูกดวงจีน ในตำราการผูกดวงจีน ภาควิชาฮวงจุ้ยกล่าวถึงความหมายของการเสริมปรับ
ดวงชะตาว่า เป็นวิธีปรับดวงชะตาด้วยแรงผลักดัน จากความผูกพัน ความผูกพันนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่าง
เช่น อาคาร ที่อยู่ พลังธรณี พลังทิศทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังผูกพันจากชีวิตประจำวัน พลังภาคปฏิบัติและพลัง
ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นวิชาของชาวจีนที่มีประวัติยาวนานมาแล้วหลายพันปี

การที่คนเราเกิดวัน เวลาเดียวกัน แต่ชีวิตไม่เหมือนกัน เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เข้ามาผูกพันและผลักดัน
ให้เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนกัน จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ผูกพันธ์กับชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไร จะเปลี่ยนแปลง
ดวงชะตาเราไปอย่างแน่นอน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับที่ผูกพันนั้นมีพลังอย่างไร

ตำราผูกดวงจีนกล่าวว่า วิธีจะหาตัวราศีมาผูกพันนั้นจะดูที่กำลังดิถี คือ กำลังของดิถีอ่อนแอก็จะหาราศีตัวที่
มาส่งเสริมกำลังดิถีให้แข็งแรง ถ้ากำลังของดิถีแข็งแรงมากก็จะหาราศีมาควบคุมบั่นทอนดิถี เพื่อให้สมดุลย์
ต่างๆ เหล่านี้ จากความผูกพันทางทิศทาง ทางธรณี หรือธาตุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ " รูปทรง หรือสี " หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสมที่พึงจะผูกพัน แรงผลักดันที่มีกำลังมากที่สุดของธรรมชาติ คือพลังธรณีและพลังทิศทางซึ่งเป็นพลังธรรมชาติของโลกธรณีนั้นจะประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมายแฝงอยู่ในพื้นดินซึ่งมีพลังต่างๆ หากเราได้จุดธรณีที่มีกระแสพลังทางผลักดันแล้วแรงผลักดันจะผลักดันผู้ที่ได้ผูกพันให้เป็นไปตามกระแสพลังทันที

สันนิษฐานว่า ในยุคสมัยราชวงศ์จิ๋น 221-206 ก่อน ค.ศ เป็นยุคที่วิชาฮวงจุ้ยสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วในยุคนี้
ได้มีการปฏิรูปการปกครองอย่างมากรวมถึงการค้าขาย และที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์คือการสร้างกำแพงเมือง
ที่มีความยาวที่สุดในโลก กษัตริย์ได้ปฏิรูปการปกครองประเทศจีนอย่างขนานใหญ่ การรวมศูนย์อำนาจ
การใช้รูปแบบตัวหนังสือ ระบบเงินตรา ระบบกฏหมาย ระเบียบงานในราชการ รวมถึงระบบปรัชญาแนวคิด
เป็นไปในแบบเดียวกัน ตำราของสำนักหยูหรือข่งจื่อถูกเผาทิ้ง กษัตริย์ฉินสร้างแนวปกกันพวกป่าเถื่อนจาก
ทางเหนือ โดยการสร้างกำแพงต่อเชื่อมกำแพงเดิมที่มีอยู่เดิม จากการก่อสร้างของรัฐต่าง ๆ สมัยจ้านกั๊ว
การก่อสร้างนี้ทำให้กลายเป็นกำแพงขนาดยาวนับหมื่นลี้ จึงเรียกกำแพงนี้ว่า กำแพงหมื่นลี้
เหตุการณ์เกี่ยวกับฮวงจุ้ย มีการใช้วิชาฮวงจุ้ยในการสร้างสุสานให้กับกษัตริย์ และขุนนางชั้นผู้ใหญ่เพื่อการ
ช่วงชิงอำนาจ 206 ปี ก่อน ค.ศ. สมัยฮั้งเกาโจ้ว วิชาได้สืบทอดต่อมาในสมัยนี้เกิดการชิงที่จะเป็นใหญ่ในแผ่นดินระหว่าง เล่าปัง กับ หั่งอู้ แม่ทัพใหญ่ของจักรพรรดิจิ๋นซี โดยเตียวเลี้ยงได้ใช้วิชาสร้างสุสานทำให้เล่าปัง ซึ่งเดิมเป็นชายพเนจรกลายเป็นใหญ่ในที่สุด วิชาฮวงจุ้ยจึงสมบูรณ์ในยุคนี้ และถูกกำหนดให้เป็นวิชาแห่งชาติ
ใช้สำหรับผู้มีศักดิ์ตระกูลเท่านั้น ในยุคนี้เป็นยุคแห่งความรุ่งเรือง มีการค้าขายแลกเปลี่ยนโดยใช้เงิน จึงน่า
จะเป็นเหตุให้ฮวงจุ้ยมีบทบาทต่อการค้าขาย ประกอบกับยุคนี้วิชาฮวงจุ้ยสมบูรณ์แบบแล้ว จึงมีการประยุกต์
หลักฮวงจุ้ยเข้ากับการออกแบบป้ายร้านค้า สัญลักษณ์ของร้านค้าเพื่อให้ทราบว่ามาจากร้านใด เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดฮวงจุ้ยตามทิศทางและทำเลที่ถูกต้อง

ฮวงจุ้ยกราฟิก : ทฤษฏีสีใช้กับการบำบัดโรค

by e-fengshuidesign.com Email

Link: http://www.e-fengshuidesign.com/colour.html

ฮวงจุ้ยกราฟิก อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์ : ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

หลักฐานจากสมัยโบราณระบุว่า ในอินเดีย จีน และอียิปต์ พระผู้ทำการรักษาโรคจะมีระบบของศาสตร์แห่งสีที่สมบูรณ์แบบ โดยยึดเอากฏความสอดคล้องระหว่างธรรมชาติเจ็ดส่วนของมนุษย์ กับแถบแสงของดวงอาทิตย์ที่แยกออกเป็นเจ็ดสี ดังนั้นกฏพื้นฐานที่ควบคุมพลังงานของจักรวาลที่เรารู้จักกันในฐานะของสีจึงมีอยู่เสมอ ในความรอบรู้ของคนโบราณ ที่นำมาใช้สอนบรรดาครูและผู้ทำการรักษามาทุกยุคทุกสมัย แต่การค้นคว้าใหม่ที่รวมไปถึงหลักการทางฟิสิกส์และปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับความจริงของธรรมชาติ ต่างไม่อาจเปิดเผยถึงความรู้ของคนโบราณที่เกี่ยวกับการใช้สีในการบำบัดรักษาโรคได้ ในขณะที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์หันไปสนใจกับการนำเอาพลังธรรมชาติมาใช้เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกับโรคภัยไข้เจ็บจำนวนมาก และผลที่ได้คือสามารถนำเอาสี ใช้ในการรักษานั้นประสบความสำเร็จ

แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังสีบำบัดก็คือการฟื้นฟูความไม่สมดุลในร่างกายโดยการนำเอาลำแสงของสีมาใช้กับร่างกายด็อกเตอร์เอ็ดวิน ดี.บับบิทท์ ได้พิมพ์หนังสือชื่อ The priniciples of light and colour โดยได้อธิบายถึงผลกระทบของ สีต่างๆ ของแถบสี และการใช้ในการรักษาร่างกาย ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวฮินดู ชื่อว่าดี.พี กาไดอัลลี่ ได้ค้นพบหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในการอธิบายสาเหตุและวิธีที่ลำแสงของสีต่างๆ มีผลในทางรักษาระบบการทำงานของอวัยวะร่างกาย ในปี 1933 ได้พิมพ์หนังสือชื่อ The Spectro Chromemetry Encycolpaedia ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกเกี่ยวกับการรักษาด้วยสี

ทฤษฎีของ กาไดอัลลี่ กล่าวว่า สีเป็นตัวแทนของพลังงานทางเคมีของการสั่นสะเทือนแปดระดับ สีบางสี
สามารถกระตุ้นระบบร่างกายบางส่วนได้ และสีบางสีก็สามารถระงับการทำงานของอวัยวะหรือระบบบางอย่างได้
จากการที่รู้ถึงการทำงานของสีต่างๆ ที่มีต่ออวัยวะและระบบของร่างกายเราก็สามารถที่เลือกสีที่ถูกต้องมาใช้ใน
การปรับสมดุลของอวัยวะที่ผิดปกติในการทำหน้าที่หรือสภาพที่เป็นอยู่ได้

โลกและประชากรทุกคนต่างได้รับพลังงานจากลำแสงของดวงอาทิตย์ธาตุทั้งมวลในโลกถูกค้นพบว่ามีอยู่ในดวงอาทิตย์ดังที่ปรากฎโดยการวิเคราะห์ส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยคลื่นแสงแยกสี ลำแสงดวงอาทิตย์จะนำพลังงานของธาตุทั้งหมดที่เรารู้จักทั้งหมดมาให้ ซึ่งทำให้เกิดการรวมตัวกันทางเคมี แสงสีขาวจะประกอบด้วยพลังงานของธาตุ และสารเคมีทั้งหมดที่มีในดวงอาทิตย์ โดยที่ดวงอาทิตย์จะปล่อยพลังงานแสงสีขาวเข้าสู่บรรยากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อ " ชาร์จ "บรรยากาศนี้ด้วยพลังงานประเภทต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต" จะเห็นได้ว่าสีมีผลต่อการปรับสมดุลของร่างกาย"ในทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแต่ทางจิตวิทยาอย่างที่เราเคยเข้าใจเท่านั้น ฮวงจุ้ยได้มีการใช้สีที่เพื่อแทนค่าของธาตุทั้ง 5 ใช้ร่วมกับการปรับแต่งการจัดวางทำเลตำแหน่งมายาวนาน เราหวังว่าวิทยาศาสตร์จะสามารถอธิบายภูมิปัญญาที่ลึกซึ้งของนักปราชณ์ยุคก่อนได้ในที่สุด

ฮวงจุ้ยกราฟิก (อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์) : ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

by e-fengshuidesign.com Email

Link: http://www.e-fengshuidesign.com

อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์ : ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย เป็น Graphic design เพื่อเจ้าของกิจการ ที่ค้นหางานออกแบบที่แตกต่างจาก งานออกแบบทั่วไป ได้นำหลักปรัชญาฮวงจุ้ยผนวกกลยุทธ์การสร้าง ภาพลักษณ์ กิจการ( Brand ประกอบการออกแบบเครื่องหมายการค้า และงานออกแบบgraphic ทาง INTERNET เป็นแห่งแรกทำให้งานออกแบบ เป็นมากกว่างานออกแบบสร้างความเชื่อมั่นในกิจการ

ฮวงจุ้ยกราฟิก (ความหมายของสีในทางฮวงจุ้ย)

by e-fengshuidesign.com Email

Link: http://www.e-fengshuidesign.com

ฮวงจุ้ยกราฟิก อี-เฟิ่งสุ่ยดีไซน์ : ห้องปฏิบัติการออกแบบกราฟิกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

สีแดง
คือสีแห่งความเป็นมงคลของชาวจีน เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไฟ ความโดดเด่นของสีแดงคือความสว่างไสวในยามมืดมิด คือความอบอุ่นในยามหนาว เป็นไฟที่ลุกโชน คือ ความรุ่งเรืองโชตช่วง พลังอำนาจ ความร้อนแรงของไฟสามารถเผาผลาญ ความชั่วร้ายหรือสิ่งที่ไม่ต้องการให้มอดใหม้ไป ดังนั้นสีแดงคือตัวแทนในการถ่ายทอดคุณลักษณะของไฟ เมื่อใดที่ต้องการ ความเป็นมงคล หรือต้องการเพิ่มพลังอำนาจ ให้กับตนเองก็มักเลือกสีแดงมาใช้
ในทางจิตวิทยา สีแดงมีผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ กระตุ้นให้เกิดความสดใส มีพลังทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ หรืออาจจะหมายถึงการเตือนภัย เมื่อเปรียบเทียบในทาง ฮวงจุ้ย ก็จะพบกับความพ้องกันหลายประการอารมณ์แจ่มใสและจิตใจที่กระตือรือล้น ย่อมส่งผลดีต่อการสร้างสรรค์ใน การทำงาน ความเป็นมงคลจึงน่าจะเริ่มจากการที่ตนเองเต็มไปด้วยพลังในการทำงานนั่นเอง เมื่อสามารถปฎิบัติหน้าที่การงานได้ สำเร็จลุล่วงแล้ว ความเจริญรุ่งเรืองก็จะตามมาอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจความเชื่อเฉพาะกลุ่ม ชาวจีนมีความผูกพันกับสีแดงในแง่ดี มาตั้งแต่เริ่มแรก ดังนั้นสีแดง จึงสื่อถึง ความเป็นมงคล และรุ่งเรือง ฮวงจุ้ย ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับการเตือนภัยเช่นเดียวกับ จิตวิทยาสีแต่จะเน้นเรื่องการป้องกันกระแส ชี่ร้านที่อาจเข้ามาบั่นทอน ทำลาย มากกว่าโดยมีความเชื่อว่า ด้วยพลังอำนาจของสีแดงสามารถป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้ายได้

สีเหลือง
เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นเครื่องหมายของ จักรพรรดิ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งฟ้า เป็นอำนาจที่ควบคุมแผ่นดินซึ่งจะสังเกต ได้ว่ากษัตริย์จีน จะแต่งองค์ด้วยชุดสีเหลือง และมีสีทองเป็นส่วนประกอบ
ในทางจิตวิทยา สีบอกถึงความบริบูรณ์ กระปรี้กระเปล่า พลังแห่งความหวัง ความสดชื่น รื่นเริงบันเทิงใจและเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ ความหมายในเชิงของ ฮวงจุ้ย ก็พอจะทำให้เห็นว่าความสดชื่นรื่นเริง ความหวังเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เมื่อประชาชนรักในกษัตริย์ของตนเอง จึงต้องการให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับบุคคลที่ตนรักเช่นกัน ต่างกันตรงที่สีเหลืองในทางฮวงจุ้ย เป็นสิ่งที่สูงส่งห้ามใช้ในบางกรณี เพราะต้องสงวนให้กษัตริย์เท่านั้น

สีเขียว
เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไม้ ซึ่งมีความหมายเกี่ยวะเนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เจริญงอกงาม
นำความรุ่งเรืองสดใสมาสู่กระแสชี่ที่ไหลเวียนอยู่โดยรอบในทางจิตวิทยา สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์เมื่อมองดูจะให้ความรู้สึกสดชื่นของธรรมชาติดูเหมือนว่าสีเขียวจะแทนธรรมชาติที่ดีๆโดยรวม สีเขียวช่วยบำบัดความเคร่งเครียดได้ไม่ว่าจะเป็นการประดับตกแต่งสถานที่ด้วยต้นไม้ก็จะส่งผลไม่ต่างกัน

สีม่วง
และสีที่อยู่ในโทนม่วงทั้งหมดนั้นมีความเป็นมงคลใกล้เคียงกับสีแดงอาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่าขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของแต่ละชุมชน ซึ่งเชื่อว่าสีม่วงดูทรงพลังและ หนักแน่นมากกว่าสีแดง ถึงกระนั้นสีม่วงก็ยังไม่สูงส่งเท่ากับสีเหลือง หรือสีทองเพราะชนชั้นที่นำ เอาสีม่วงไปใช้นั้นเพียงผู้มีอำนาจเท่านั้น จุดประสงค์ที่นำเอาสีม่วงมาใช้ เพื่อเสริมให้เกิดความมั่งคั่งบริบูรณ์ เพิ่มอำนาจวาสนามากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ในทางจิตวิทยา สีม่วงหมายถึงความหดหู่ เศร้าโศก ส่วนสีม่วงที่มีความเข้มลดลงมาบ่งบอกถึงความลึกลับ อำนาจแห่งเสน่ห์ ซึ่งแตกต่างกับ ทางฮวงจุ้ย ถึงแม้ว่า ฮวงจุ้ยจะยกย่องสีม่วงเป็นสีแห่งมงคล โชคลาภและอำนาจ ก็ตาม แต่ก็เป็นอำนาจโดยรวม ไม่ใช่อำนาจที่เกิดจากเสน่ห์ เหมือนกับจิตวิทยาสี อาจเป็นไปได้ว่า จิตวิทยาสีเป็น การกำหนดและวิเคราะห์โดยชาวตะวันตก ดังนั้นจึงเป็นความเห็นความรู้สึกของชน กลุ่มหนึ่งที่รู้สึกต่อสีม่วง แต่กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ชนทั้งสองซีกโลกรู้สึกได้เหมือนกันก็คือ พลังอำนาจจากสีม่วงแม้ว่าที่มาของอำนาจจะแตกต่างกันก็ตามที

สีดำ
เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุน้ำ ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน ให้ทั้ง คุณประโยชน์มากมาย และยังสามารถนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ยากจะประเมินค่าได้ดังนั้น สีดำจึงหมายถึงความคลุมเครือไม่แน่นอนเช่นเดียวกับกระแสน้ำ หมายถึงความลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง
ในทางจิตวิทยา สีดำเป็นสีที่เร้นลับ เคร่งขรึม โศกเศร้า ในกรณีของความลึกลับซับซ้อนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เหนือความ
คาดหมายของผู้คนนัก และเหตุที่ความลึกของ สายน้ำเป็นสิ่งที่ลึกล้ำเกินหยั่ง ดังนั้น ฮวงจุ้ย จึงได้นำเอาสีดำมา
เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุน้ำ ถึงแม้ว่าสีดำจะให้ความรู้สึกลึกล้ำยาก เกินหยั่ง แต่อีกแง่หนึ่งก็ให้ความ รู้สึกสงบนิ่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสายน้ำนั่นเอง

สีเทา
สีเทาเป็นส่วนผสมระหว่างสีดำและสีขาว ซึ่งทำให้มันไม่สามารถหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วยเหตุนี้ จึงแทนความหมายความ ไม่ชัดเจน และเหตุที่มันมีสีเดียวกับเมฆฝน จึงทำให้สีเทามีความหมายไปทางหม่นหมองหดหู่สิ้นหวังดังคำกล่าว ที่ว่าเมฆฝนเปรียบได้กับช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วย อุปสรรคและปัญหา ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เมฆฝน ลอยผ่านพ้นไปจากชีวิตแต่ว่ายังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าสีเทายังมีแง่ดีอยู่บ้าง นั่นคือความสงบและความสมดุลย์ ด้วยว่ามันเป็นส่วนผสมของขาวและดำที่เท่ากัน
ในทางจิตวิทยา หมายถึงความสงบนิ่งและเดียวดาย จะตรงกันกับ ฮวงจุ้ย ก็คือความสงบ อาจจะเพราะสีเทามีความเป็นกลาง การเพ่งมองสีอ่อนนานๆ ทำให้จิตใจสงบ

สีน้ำตาล
เป็นสีแทนความอบอุ่นมั่นคงไปด้วยหลักทรัพย์ เป็นสีเดียวกับต้นไม้ขนาดใหญ่ บ่งบอกถึง อดีตอันยาวนาน และ
ประสบการณ์ที่ผ่านมา ดังนั้น มันจึงกลายเป็น สัญลักษณ์ของผู้สูงอายุตามไปด้วย ความสุขุมเยือกเย็นยังเป็นเอกลักษณ์ของสีน้ำตาลด้วยเช่นกัน
ในทางจิตวิทยา สีน้ำตาลทำให้รู้สึกแห้งแล้ง ความเห็นพ้องระหว่าง ฮวงจุ้ย กับจิตวิทยาคือความอบอุ่นหากนำสีที่เพิ่มความสดใส ในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็จะได้ความ อบอุ่นมั่นคงสามารถลดความแห้งแล้งได้

สีส้ม
สีส้มเป็นสีที่เดียวกับสีน้ำผึ้ง เพราะได้รวมเอาสีแดงคือความรุ่งโรจน์ พลังอำนาจและความเป็นมงคลและความมั่งคั่งความหวังรุ่งเรืองของสีเหลือง
ในทางจิตวิทยา
หมายถึงการฟื้นตัวและพลังชีวิตเพราะว่าสีส้มรวมเอาสีแดงและเหลืองไว้ด้วยกันให้ความรู้สึกในแง่ดี

สีชมพู
คือความสดใสบริสุทธิ์ของวัยสาว ความรักอันบริสุทธ์ ความเบิดบาน ความคิดและจิตวิญญาณที่ปราศจากจริตมายา
ในทางจิตวิทยา สีชมพูบอกถึงความละมุนละไมความอ่อนเยาว์สดใส ซึ่งพิจารณาดูแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ ฮวงจุ้ย ได้บอกไว้เช่นกัน ด้วยคุณลักษณะของสีชมพูคงไม่มีใคร ปฎิเสธถึงความอ่อนหวานน่ารัก แม่ส่วนมากมักเลือกเสื้อผ้าเครื่องใช้ รวมถึงตกแต่งห้องด้วย สีชมพูเตรียม ไว้ให้ลูกสาว เพราะนอกจากจะเป็นสีแห่งความอ่อนหวานแล้ว การเลือกสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิงนั้น เสมือนการอวยพรให้เด็กเป็นคนที่อ่อนหวาน งดงามน่ารักบริสุทธิ์

สีชมพูโอรส
เนื่องจากเป็นสีที่มีส่วนประกอบหลากหลาย ได้แก่ สีชมพู และสีส้มเล็กน้อย หากเป็นสีชมพูล้วนๆก็หมายถึงความบริสุทธิ์น่ารัก แต่เมื่อสีโอโรสมีสีส้ม เจือด้วยจึงทำให้ความรักอันบริสุทธิ์เปลี่ยนเป็นรักที่ทรงพลัง อำนาจแห่งความปรารถนา แรงดึงดูดแห่งรัก อำนาจแห่งเสน่ห์ มันจึงไม่เป็นมงคลนัก หากจะนำสีดังกล่าวมาตกแต่งห้องนอนของคู่บ่าวสาวเชื่อกันว่าจะส่งผลให้เกิดรักสามเส้าใครบางคนอาจตกหลุมรักหรือติดบ่วงเสน่ห์ผู้ที่ไม่ใช่คู่ครอง ของตนสำหรับวัยหนุ่มสาวที่ยังไม่มีครอบครัว สีโอโรสหมายถึงความ มีเสน่ห์ และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีมิตรสหายมาก สีโอรสในที่นี้หมายถึงสีของดอกท้อนั่นเอง
ในทางจิตวิทยา วิเคราะห์ได้ว่าได้รวมเอาคุณลักษณะทั้ง3 สีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนหวานของสีชมพู ความสดใส ความปรารถนา ของสีเหลือง และความร้อนแรง มีพลังของสีแดง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ ฮวงจุ้ย จะตีความไว้เช่นนั้น

สีฟ้า
ชาวจีนมักจะมองสีฟ้าว่าเป็นสีแห่งการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตเฉกเช่นเดียวกับสีเขียว มีไม่น้อยที่คิดว่าสีฟ้าเป็นสีแห่งฤดูใบไม้ผลิ การสวมชุดสีฟ้า ในช่วงเวลา ดังกล่าวจึงเป็นเสมือนการต้อนรับฤดูกาลใหม่ ทว่ายังมีบางกลุ่มที่ไม่นิยมสีฟ้าเนื่องเพราะคิดว่าสีฟ้าเป็นสีแห่ง ความโศกเศร้า
ในทางจิตวิทยา มองว่าสีฟ้าเป็นสีแห่งความสดชื่น ปลอดโปรงโล่งสบายและสดใส จึงพ้องกับความคิดที่ว่า สีฟ้าเป็นสีแห่งฤดูใบไม้ผลิ และการที่บางคนมองว่าสีฟ้าเป็นสีแห่งความโศกเศร้านั้น น่าจะเป็นเพราะเป็นสีอยู่ในโทนอ่อน มีความเข้มของสีน้อยขาดความโดดเด่น ไม่มีผลในการกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้น เช่นเดียวกับสีเข้มๆ บางสี เช่นสีแดงนั่นเอง

สีเขียวอมฟ้า
สีเขียวเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไม้ ดังนั้น มันจึงหมายถึงความเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า สีแทนความหม่นหมอง แต่เมื่อมันมาอยู่ รวมกันก็จะเกิดความหมายใหม่ที่ดีๆเพราะสีเขียวอมฟ้านั้นไปพ้องกับสีของใบไผ่ เป็นไม้มงคลของชาวจีน ชาวจีนมีความเชื่อว่าสีเขียวอมฟ้าเป็นสีแห่งความ อ่อนเยาว์
ในทางจิตวิทยา ได้รวมเอาคุณลักษณะของหลายสีเข้าด้วยกัน ได้แก่ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขาว แม้สีฟ้าจะถูกมองว่าหม่นหมอง แต่เมื่อได้ความสดใสจากสีเหลือง เข้ามาช่วยแล้ว ก็ทำให้สีเขียวอมฟ้าช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้สดชื่นได้