นกอินทรีแฮสต์ - Haast s Eagle
รูปนกอินทรีแฮสต์จาก www.yogkoj.com
นกอินทรีแฮสต์ (Haast s Eagle) เป็นนกอินทรีย์ที่มีขนาดใหญ่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และยังเป็นนกอินทรีย์เพียงชนิดเดียวในโลกที่เคยเป็นนักล่าที่อยู่ตอนบนสุดของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศของมัน ซึ่งอาศัยอยู่ในเกาะใต้และทางตอนใต้ของเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ เป็นนกอินทรีย์สกุล Harpagornis ในวงศ์ Accipitridae มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Harpagornis moorei มีการขุดพบกระดูกของอินทรียักษ์นี้ครั้งแรกในปี 1871 ระหว่างการขุดค้นกระดูกนกโมอาที่บึงเกลมมาร์ค บริเวณที่ราบแคนเทอร์เบอรี่ของเกาะใต้ จากนั้นได้มีการศึกษาและตั้งชื่อในปีต่อมา
อินทรีย์แฮสต์มีรูปลักษณ์สวยเฉี่ยวคล้ายนกอินทรีย์ทั่วไปเพียงแต่ตัวใหญ่มาก โดยตัวเมียเชื่อว่ามีน้ำหนักระหว่าง 10-15 กิโลกรัม ส่วนตัวผู้จะเล็กกว่าหน่อย หนักประมาณ 9-12 กิโลกรัม มีช่วงปีกสั้นเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน ช่วงปีกกว้างเฉลี่ยประมาณ 2.6-3 เมตร ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับนกอินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่บางชนิด เช่น อินทรีย์สีทองที่อาศัยทั่วไปในซีกโลกเหนือ และอินทรีย์ทะเลสเตลเลอร์แถบไซบีเรียหรืออะแลสกาโน่น แต่นกอินทรีย์เหล่านี้มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า แค่ประมาณ 9 กิโลกรัมเท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปีกที่สั้นของอินทรีย์แฮสต์ถูกออกแบบเพื่อใช้สำหรับบินและเหมาะกับการล่าเหยื่อในป่าทึบ นอกจากนี้แล้วขาที่แข็งแรงพร้อมกล้ามเนื้อกำยำของมันทำให้มันสามารถทะยานขึ้นจากพื้นไปได้ดี แม้ว่าจะน้ำหนักตัวจะมากอยู่สักหน่อย โดยมีหางยาวประมาณ 50 เซนติเมตรเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนไหวและช่วยบินด้วยอีกแรง
อินทรีย์แฮสต์เป็นนกล่าเหยื่อที่น่ากลัวทีเดียว เหยื่อของมันเป็นนกตัวใหญ่ๆที่บินไม่ได้หลายชนิด รวมถึงนกโมอาที่มีน้ำหนักราว 250 กิโลกรัม หรือหนักกว่าเจ้าอินทรีย์แฮสต์ถึง 15 เท่าตัว ยามล่าเหยื่อมันจะใช้วิธีบินโฉบเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตะครุบเหยื่อโดยใช้กรงเล็บที่แข็งแรงไม่ต่างจากเสือไปบริเวณสะโพก หรือพุ่งชนเพื่อให้โมอาเสียหลักหัวฟาดพื้นก่อนใช้กรงเล็บเล่นงาน ส่วนวิธีล่าคน เจ้าอินทรีย์ยักษ์มักใช้วิธีเกาะอยู่บนยอดไม้สูงและคอยจับตาดูยามเดินผ่านไปมา จากนั้นพุ่งเข้าจู่โจมโดยใช้กรงเล็บขยุ้มที่ศีรษะ เจาะกะโหลกเหยื่อ ก่อนใช้ปากกัดเจาะเข้าไปกินเครื่องใน น่าหวาดเสียวทีเดียว ในยุคก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวเมารีมันคงจะล่าเหยื่อได้สะดวก เพราะสภาพแวดล้อมบนเกาะทำให้ปลอดสัตว์นักล่าขนาดใหญ่มารบกวน และไร้คู่แข่งมาแย่งอาหาร
จนเมื่อมนุษย์ตัวเล็กๆแต่พิษสงร้ายมาถึงนั่นล่ะ ทำให้ชะตากรรมของอินทรีย์แฮสต์เปลี่ยนไป โดยชาวเมารีซึ่งเป็นชาวเผ่าโพลีนีเซียนเดิมได้เริ่มมาตั้งถิ่นฐานในนิวซีแลนด์เมื่อประมาณปี ค.ศ. 800-1,300 ปี และมีฝีไม้ลายมือในการล่านกใหญ่เป็นอย่างดี ล่าทั้งโมอาและอินทรีย์แฮสต์จึงตกเป็นอาหารและเสื้อผ้า จนสุดท้ายสามารถทำให้นกโมอาสูญพันธุ์ไปก่อน
จากนั้นอินทรีย์แฮสต์สูญพันธุ์ตามราวปี 1400 เพราะถูกล่าและขาดแคลนอาหารหลักอย่างโมอาไป ซึ่งมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ช่วยให้คนในท้องถิ่นปัจจุบันปลอดภัย ไม่ถูกนกเจาะกะโหลกเอา
ขอบคุณสำหรับข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ คอลั้ม "สัตว์โลกน่ารัก" โดยต้อยตีวิต
07/10/11 05:40:04 pm,