การอ่านแผนที่ดาวเป็น จะทำให้เราดูดาวหรือกลุ่มดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า ณ วัน – เวลาใดได้อย่างถูกต้อง ก่อนอ่านแผนที่ดาวเพื่อเปรียบเทียบกับดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า ผู้สังเกตต้องรู้ทิศเหนือ – ใต้ ตะวันออก – ตะวันตก ของที่นั้น ๆ ก่อน
ให้ลองคะเนมุมเงยและมุมอาซิมุทของดาวเหนือ
เราทราบหรือไม่ อย่างไรว่า อาจหาดาวเหนือได้โดยอาศัยกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) หรือกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia)
แผนที่ดาวที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน จะเป็นแผนที่ดาวแบบหมุน โดยเป็นกระดาษแข็ง 2 แผ่นตรึงติดกันตรงกลาง โดยแผ่นหนึ่งจะเป็นภาพของกลุ่มดาวและดาวสว่าง เขียนอยู่ในวงกลม โดยที่ขอบของวงกลมจะระบุ “วัน – เดือน” ไว้โดยรอบ ส่ายแผ่นติดอยู่ด้านบน จะระบุ “เวลา” ไว้โดยรอบ การใช้แผนที่ดาวก็เพียงแต่หมุนวัน – เดือนของแผ่นล่างให้ตรงกับเวลา ที่ต้องการสังเกตการณ์ของแผ่นบน กลุ่มดาวที่ปรากฏบนแผนที่ดาวจะเป็นกลุ่มดาวจริงที่ปรากฏจริงบนท้องฟ้า ณ ขณะนั้น ดังแสดงในภาพที่ 8
การใช้แผนที่ดาว ณ สถานที่สังเกตการณ์จริง ให้เราหันหน้าไปทางทิศเหนือ แล้วยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ โดยให้ทิศในแผนที่ดาว ตรงกับทิศจริง โดยที่แผนที่ดาวดังกล่าวหมุนวัน – เดือน ให้ตรงกับ เวลา ณ ขณะนั้น
ในแผนที่ดาวมีการบอกตำแหน่งดวงจันทร์และดาวเคราะห์หรือไม่ เพราะเหตุใด
ให้สังเกตกลุ่มดาวต่าง ๆ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า โดยใช้แผนที่ดาว แล้วระบุว่าเห็นกลุ่มดาวอะไรบ้างอยู่ทางซีกฟ้าด้านตะวันออก ตะวันตก กลางศีรษะและมีกลุ่มดาวในจักราศีกลุ่มใดบ้างปรากฏบนท้องฟ้า

การอ่านแผนที่ดาวเป็น จะทำให้เราดูดาวหรือกลุ่มดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า ณ วัน – เวลาใดได้อย่างถูกต้อง ก่อนอ่านแผนที่ดาวเพื่อเปรียบเทียบกับดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า ผู้สังเกตต้องรู้ทิศเหนือ – ใต้ ตะวันออก – ตะวันตก ของที่นั้น ๆ ก่อน
ให้ลองคะเนมุมเงยและมุมอาซิมุทของดาวเหนือ
เราทราบหรือไม่ อย่างไรว่า อาจหาดาวเหนือได้โดยอาศัยกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) หรือกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia)
แผนที่ดาวที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน จะเป็นแผนที่ดาวแบบหมุน โดยเป็นกระดาษแข็ง 2 แผ่นตรึงติดกันตรงกลาง โดยแผ่นหนึ่งจะเป็นภาพของกลุ่มดาวและดาวสว่าง เขียนอยู่ในวงกลม โดยที่ขอบของวงกลมจะระบุ “วัน – เดือน” ไว้โดยรอบ ส่ายแผ่นติดอยู่ด้านบน จะระบุ “เวลา” ไว้โดยรอบ การใช้แผนที่ดาวก็เพียงแต่หมุนวัน – เดือนของแผ่นล่างให้ตรงกับเวลา ที่ต้องการสังเกตการณ์ของแผ่นบน กลุ่มดาวที่ปรากฏบนแผนที่ดาวจะเป็นกลุ่มดาวจริงที่ปรากฏจริงบนท้องฟ้า ณ ขณะนั้น ดังแสดงในภาพที่ 8
การใช้แผนที่ดาว ณ สถานที่สังเกตการณ์จริง ให้เราหันหน้าไปทางทิศเหนือ แล้วยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ โดยให้ทิศในแผนที่ดาว ตรงกับทิศจริง โดยที่แผนที่ดาวดังกล่าวหมุนวัน – เดือน ให้ตรงกับ เวลา ณ ขณะนั้น
ในแผนที่ดาวมีการบอกตำแหน่งดวงจันทร์และดาวเคราะห์หรือไม่ เพราะเหตุใด
ให้สังเกตกลุ่มดาวต่าง ๆ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า โดยใช้แผนที่ดาว แล้วระบุว่าเห็นกลุ่มดาวอะไรบ้างอยู่ทางซีกฟ้าด้านตะวันออก ตะวันตก กลางศีรษะและมีกลุ่มดาวในจักราศีกลุ่มใดบ้างปรากฏบนท้องฟ้า

กลุ่มดาวลูกไก่ (PLEIADES)

กลุ่มดาวลูกไก่อยู่ใกล้ ๆ ดาวธง ฝรั่งเขานับได้ 7 ดวง จึงตั้งชื่อกลุ่มดาวกลุ่มนี้ว่า “Seven Sisters” มีเพลงไทยชื่อ เพลงแหล่ดาวลูกไก่ กล่าวอ้างว่ามีเรื่องราวอยู่ ในชาดก ลูกไก่เจ็ดตัว กระโดดเข้ากองไฟตายพร้อมกันเพื่อแม่ ซึ่งได้สละชีวิต เพื่อการทำบุญของเจ้าของ

กลุ่มดาวลูกไก่อยู่ในกลุ่มดาววัว ตามภาพจะเห็นได้ว่า ดาวลูกไก่, ดาวธง, ดาวไถ, ดาวเต่าอยู่ใกล้เคียงกัน

กลุ่มดาวลูกไก่ เป็นกลุ่มดาวที่ใช้ทดสอบ สายตาของคนได้เป็นอย่างดี เพราะถ้า คนทั่วไปจะเห็นเพียง 6 ดวง แต่ถ้าผู้ชำนาญดูบ่อย ๆนับดูจะได้ 7 ดวงหรือกว่า ดาวกลุ่มนี้ตามความเป็นจริงไม่ได้มีแต่เพียง 7 ดวง มีหลายร้อยดวงเป็น “กระจุกดาว” ถ้ามีกล้อง 2 ตาหรือกล้องโทรทรรศน์ส่องดูดวงกลุ่มนี้ จะเห็นเป็น กระจุกดาวที่สวยงามที่สุดในท้องฟ้ากระจุกหนึ่ง

ฝนดาวตกเกิดจากเศษชิ้นส่วนที่หลุดออกมาจากหัวของดาวหาง ทิ้งไว้ตามทาง ที่ดาวหางเคลื่อนผ่านไป เมื่อโลกโคจรผ่าน เข้าไปในเส้นทาง ที่ดาวหางเคยผ่าน มาก่อน ชิ้นส่วนที่หลุดออกจากดาวหางจำนวนมากมาย จะถูกดึงดูดตกลง สู่พื้นโลก เกิดฝนดาวตกเมื่อโลกโคจรกลับมาที่เดิม ก็จะเกิด ฝนดาวตกอีก จึงมี ฝนดาวตกเกิดในวันที่และเดือนเดิมทุกปี ในรอบปีจะมี ฝนดาวตก เกิดขึ้นทุกเดือน แต่ส่วนใหญ่จะมีจำนวนครั้งต่อชั่วโมง ค่อนข้างน้อย และไม่ค่อย สว่าง :DB)

natapon06301
02/16/09

มาชูปิกชู

มาชูปิกชู (Machu Picchu) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เมืองสาบสูญแห่งอินคา" เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาว อินคาในประเทศเปรู

มาชูปิกชู อยู่บนชะง่อนเขาของเทือกเขาแอนดิส 2,253 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่ที่ต้องพยายาม อย่างยากลำบากที่จะสร้างเมือง ที่น่าอัศจรรย์มากคือ มาชูปิกชูอยู่สูงมากจนเหมือนอยู่เหนือทุกสิ่ง เปรียบเสมือนเมืองของเทพเจ้า คาดว่ามาชูปิกชูถูกสร้างขึ้นในยุค 1460 โดยผู้เป็นเทวกษัตริย์อินคา

มาชูปิกชูเป็นสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ 200 หลัง และมีพลเมืองเกือบ 1,000 คน เผ่าอินคาเป็นนักวิศวกรรมที่ก้าวหน้ามาก พวกเขาสร้างถนน ท่อระบายน้ำ และระบบระบายน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม ที่มาชููปิกชูนี้จะเห็นว่า น้ำจะถูกลำเลียงมาในเมือง และจะถูกกักเก็บไว้อยู่ทางด้านหลังของเมือง หลังจากนั้น น้ำก็จะไหลลงมาตามลำคลอง ตามน้ำตก อย่างมีระบบ

มาชูปิกชู เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อกันว่า มาชูปิกชูเป็นถิ่นกำเนิดของหญิงพรหมจรรย์ ซึ่งเป็นผู้รับใช้เทพเจ้า แห่งพระสุริยเทพ


ในช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านเส้นศูนย์สูตร ชาวอินคากลัวว่าดวงอาทิตย์จะไม่กลับมา จึงพยายามผูกดวงอาทิตย์ ไว้กับโลกโดยการสร้างแท่นนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นที่นั่งให้แก่ดวงอาทิตย์ นอกจากนี้
สำหรับชาวอินคา สายรุ้งก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากชาวอินคาเชื่อว่า
สายรุ้งคือบุตรชายของพระสุริยเทพนั่นเอง

ด้านบนสุดของมาชูปิกชู น่าจะเคยเป็นวิหาร เพราะว่ามีแท่นบูชาที่มีลักษณะพิเศษ ตรงที่แท่นบูชาแกะสลักจากตัวภูเขา ไม่มีใครทราบว่ามีความหมายอะไรสำหรับชาวอินคา บางคนคิดว่าคงจะเกี่ยวกับ การสักการะบูชาพระสุริยเทพ บ้างก็ว่าอาจจะเป็นนาฬิกาแดดก็เป็นได้



มาชูปิกชูเป็นเหมือนดินแดนที่ถูกเสกขึ้นให้เหมือนดั่งสวรรค์ ชาวอินคาสามารถอยู่อาศัยเป็นหนึ่งเดียว กับธรรมชาติ และสักการะเทพของพวกเขาได้อย่างใกล้

ที่มา http://lionardo.exteen.com/20051123/entry

1 2 3 >>

September 2014
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 << <   > >>
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

Search

SchoolNet