Archives for: January 2012

อวสานโลกเป็นไปได้จริงหรือ?

by prasitporn Email

เข้าสู่ปี พ.ศ.2555 นอกจากคำพยากรณ์ของโหรเกี่ยวกับ “พิบัติภัย” ที่ปีนี้หลายโหร
อวสานโลกทายทักว่าจะหนักหนาสาหัสมาก ๆ แล้ว กับเรื่องพิบัติภัยระดับ “อวสานโลก”
ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณกันให้จงหนัก??โลกจะถึงอวสาน-โลกจะแตก...นี่
เป็นกระแสเล่าลือประเด็นวันนี้ก็คือ...เรื่องนี้มีโอกาสเป็นไปได้หรือ??

ทั้งนี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง ดร.ธวัช วิรัตติพงศ์ คนไทยที่ไปทำงานอยู่ในโครงการของนาซาหรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้เขียนบทความส่งมาที่ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าพิจารณา โดยสังเขปคือ...เรื่องโลกแตกในปี 2555 เป็นที่โจษขานกันทั่วโลก จากการทำนายโดยผู้เชื่อเรื่องนี้บางกลุ่มว่าโลกจะเกิดอภิมหาภัยพิบัติใน วันที่ 21 ธ.ค. ปี พ.ศ. 2555 วันสุดท้ายของปฏิทินของชนเผ่ามายา

ดร.ธวัช ระบุว่า...การพยากรณ์โลกแตกมีมานาน เกิดขึ้นบ่อย และมีกลุ่มคนที่เชื่อถือพอสมควร บางครั้งก็เป็นเหตุนำไปสู่ความรุนแรง เช่นการฆ่าตัวตายหนีโลกแตก อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้จัดการด้านวิจัยพัฒนา ของ NASA-JPL Deep Space Station ที่มีนักวิทยาศาสตร์มาทำโครงการค้นหามนุษย์ต่างดาว (Search for Extraterrestrial Intelligence, SETI) และติดตามอุกกาบาตที่อาจพุ่งชนโลกได้ ใคร่ขอเสนอความเห็น

ก่อนอื่นต้องขอให้ความหมายของ “โลกแตก” ว่าหมายถึงอภิมหาภัยพิบัติที่ทำให้คนตายมากหลายร้อยล้านคนหรือเป็นพันล้านคน หรือถึงขนาดทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่ง คำถาม...โลกแตก เป็นไปได้หรือไม่?? คำตอบ...เป็นไปได้!! และอาจเกิดเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องปี 2555 แต่โอกาสน้อยมาก

สรุปความเชื่อของบางคน กับสาเหตุที่มีผลทำให้โลกแตกโดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. 2555 คือ...1. ดาว Nibiru วิ่งเข้าประชิดหรือชนโลก 2. พายุอนุภาคจากดวงอาทิตย์ (Solar Storm) พุ่งเข้าสู่โลกอย่างรุนแรง 3. โลกและดาวนพเคราะห์อื่น ๆ เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน 4. ขั้วแม่เหล็กโลกสลับกลับทิศจากขั้วเหนือเป็นขั้วใต้

“นักวิทยาศาสตร์ของ NASA-JPL คือ Dr.Don Yeomans ซึ่งทำงานที่เดียวกับผม ปัจจุบันเป็นผู้จัดการ NASA’s Near-Earth Object Program ที่ติดตามอุกกาบาตที่อาจพุ่งชนโลกในอนาคต ได้แถลงเป็นทางการว่า ข้ออ้างทั้ง 4 ข้อไม่เป็นความจริง ซึ่งใน www.jpl.nasa.gov/asteroidwatch/ มีรายละเอียดอยู่”...ดร.ธวัช ระบุ

พร้อมสรุปคำอธิบายของ Dr.Don ว่า...1. ดาว Nibiru ไม่มีจริง ถ้ามีจริง กล้องเทเลสโคปจากหอดูดาวต่าง ๆ ต้องจับภาพเจอแน่นอน เพราะมีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้โลก 2. พายุอนุภาคจากดวงอาทิตย์จะเกิดแบบรุนแรงถึงจุดสูงสุดทุก 11 ปี เป็นเช่นนี้มาหลายล้านปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยทำให้โลกแตก เพียงแต่จะรบกวนหรือทำความเสียหายต่อระบบสื่อสารต่าง ๆ ได้ 3. การเรียงตัวของดาวนพเคราะห์จะยังไม่เกิดอีกหลายสิบปี และถึงจะเกิดขึ้นตอนนี้ปีนี้ก็มีผลต่อโลกน้อยมาก เพราะดาวนพเคราะห์ส่วนใหญ่อยู่ไกลจากโลกมาก 4. ขั้วแม่เหล็กโลกจะหมุนเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ โดยใช้เวลาเฉลี่ย 400,000 ปี จึงจะสลับกลับขั้วจากขั้วเหนือเป็นขั้วใต้ ดังนั้นจึงไม่มีผลอย่างทันทีทันใด

ดร.ธวัช ระบุอีกว่า...การทำนายหายนะโลกเกิดขึ้นบ่อย ๆ บ้างว่าจะเกิด 21 พ.ค. 2554 แล้วขยับเป็น 21 ต.ค. 2554 บ้างบอกว่าจะมีดาวชนโลกในเดือน พ.ค. 2546 ซึ่งจนวันนี้โลกก็ไม่แตก โดยในความเห็นส่วนตัว และความเห็นนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคน ถ้าโลกจะแตกคงมาจากสาเหตุอื่น เช่น...1. การระบาดของเชื้อโรคตัวใหม่ที่แพร่กระจายรวดเร็วมาก และไม่สามารถหายาหรือวัคซีนมารักษาหรือป้องกันได้ทัน

2. เกิดสงครามนิวเคลียร์โดยไม่ตั้งใจ ระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและรัสเซียที่มีนิวเคลียร์มาก หากเกิดการผิดพลาดทางเทคนิค สงครามนิวเคลียร์ก็อาจเกิดขึ้นได้ 3. อุกกาบาตขนาดใหญ่วิ่งเข้าชนโลก เหมือนเมื่อครั้งที่ทำลายล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ 65 ล้านปีที่แล้ว เรื่องนี้ทางนาซาให้ความสนใจและจัดทีมเฝ้าติดตามอุกกาบาตต่าง ๆ ที่อาจพุ่งชนโลกได้ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขได้ทันหากเกิดขึ้นจริง ซึ่งเท่าที่ทราบอุกกาบาตลูกถัดไปจะผ่านใกล้โลกในวันที่ 26 ต.ค. 2571 แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ชนโลกอย่างแน่นอน

4. ซูเปอร์วอลเคโน (Supervolcano) ภูเขาไฟขนาดใหญ่มาก ๆ เกิดระเบิดรุนแรงขึ้น ซึ่งภูเขาไฟใหญ่มาก ๆ มีอยู่ 6 แห่ง อยู่ที่สหรัฐอเมริกา 3 แห่ง คือที่ Yellow Stone (Wyoming), Long Valley (California), Valles Caldera (New Mexico) อีก 3 แห่งอยู่ที่อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่มีใครทราบแน่ว่าจะเกิดระเบิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ โดยเมื่อครั้งที่ระเบิดที่ Lake Toba ประเทศอินโดนีเซีย ผ่านมาประมาณ 74,000 ปีแล้ว

’ที่กล่าวมาแม้จะดูน่ากลัว แต่ก็ไม่ควรตื่นตระหนกจนเป็นเหยื่อความกลัว เพราะโอกาสเกิดมีน้อยมาก แต่ก็ควรใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และช่วยกันรักษาดูแลสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ให้ดี ส่วนคำทำนายโลกจะแตกวันที่ 21 ธ.ค. 2555 ก็ต้องใช้วิจารณญาณว่าสมควรเชื่อหรือไม่?“...ดร.ธวัช ทิ้งท้าย

นี่ก็เป็นเรื่อง ’อวสานโลก-โลกแตก“ ที่โยงกับปี 2555

’โปรดใช้วิจารณญาณ“ พินิจพิเคราะห์ก่อนจะเชื่อ!!!.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

love flower

by prasitporn Email

รักแรกพบ เป็นไม้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศออสเตรเลีย ถูกนำเข้ามาขยาย พันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานกว่า 3 ปีแล้ว สามารถเติบโตและมีดอกสวยงาม เหมือนปลูกในประเทศออสเตรเลียทุกอย่าง ลักษณะเป็นไม้พุ่มต้นสูง 1-3 เมตร ลำต้นกลม เปลือกบาง สีนํ้าตาลเทา แตกกิ่งก้านตํ่าหนาแน่นเป็นพุ่มกว้าง ใบเป็นใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับรอบลำต้น ปลายใบแหลม โคนใบป้าน หรือแหลม แคบ ผิวใบ เรียบ ใบอ่อนหรือยอดอ่อนเป็นสีนํ้าตาลแดง ใบแก่เป็นสีเขียวสด เวลาแตกยอดอ่อน หรือกิ่งก้านเยอะ สีของใบจะน่าชมยิ่ง ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะช่อดอกเป็นพุ่ม แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยก เป็นกลีบดอก 5 กลีบ เนื้อกลีบค่อนข้างหนาและแข็ง ใจกลางดอกมีเกสรตัวผู้ จำนวนมากโผล่พ้นกลีบดอกทำให้เวลา มีดอกดูคล้ายดอกของชมพู่ มะเหมี่ยว หรือ ดอก แลนทอชเทอร์นอล พันธุ์ไม้ในกลุ่มเดียวกัน และมีถิ่นกำเนิดจากประเทศ ออสเตรเลียเหมือนกัน เพียงแต่ดอกของ “รักแรกพบ” มีหลายสีคือสีแดง สีเหลือง สีส้มและสีชมพู โดยชนิดพันธุ์ที่มีดอกเป็น สีชมพู จะมีลักษณะพิเศษกว่าสี อื่น เพราะจะมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ มาก

from : www.trueplookpanya.com