ฝันเล็กๆ ของ "วิยะดา โซคากุ"

by prasitporn Email

ภาพประทับใจของใครหลายคนที่เคยไปท่องเที่ยวบนดอยสูง นอกจากวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตที่สงบเงียบและเรียบง่ายของชนชาวเขาบนดอยสูงแล้ว ภาพที่หลายคนอดที่จะกดชัตเตอร์ไม่ได้ก็คือภาพใสๆ ของเด็กน้อยที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ คุณแม่ยังสาวที่สะพายลูกน้อยไว้บนหลังนั่งเย็บปักถักทอผ้า ซึ่งเป็นวิถีชีวิตปกติของหญิงสาวชาวเขาที่เมื่อออกจากโรงเรียน อายุย่างเข้าสู่วัย 15-16 ปี ก็แต่งงานมีลูกไว้ช่วยทำมาหากิน แต่สำหรับ "วิยะดา โซคากุ" หรือ "ดา" สาวน้อยชาวเขาเผ่าอาข่าจากตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นักศึกษาชั้น ป.ว.ส.2 แผนกเทคโนโลยีผ้าและเครื่องแต่งกาย "วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย" คนนี้กลับคิดต่างจากหญิงสาวชาวเขาส่วนใหญ่ที่เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาก็แต่งงานมีครอบครัว เพราะเธอบอกว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้เธอมีอาชีก มีงานที่ดีทำ สามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวให้หลุดพ้นจากความยากจนได้

เมื่อได้รับโอกาสจากมูลนิธิซากุระ ปรเทศญี่ปุ่น ให้ทุนการศึกษาและที่พัก "ดา" และเพื่อนชาวเขาแผนกผ้าและเครื่องแต่งกายร่วมสถาบันเดียวกันจึงตัดสินใจเรียนต่อสายอาชีพ พร้อมทุ่มเทกับการเรียนอย่างเต็มที่ โดบใช้พรสวรรค์และภูมิปัญญาของชนเผ่าที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักทอ และเป็นงานอาชีพที่แทรกซึมอยู่ในสายเลือดหญิงสาวชนเผ่าทุกคน รังสรรค์ผลงานออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าจนคว้ารางวัลมากมาย ตั้งแต่รางวัลชนะเลิศของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายระดับภาค และรางวัลชนะเลิศระดับชาติจากผลงาน "การพันผ้าบนหุ่น" ในเวทีการแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553

นอกจากจะเรียนดี และมีฝีมือในการดีไซน์และตัดเย็บเสื้อผ้าที่หลายคนเทียบไม่ติดแล้ว "ดา" ยังเป็นสาวน้อยที่มีน้ำใจช่วยกิจกรรมจิตอาสาของวิทยาลัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือน้องๆ ชาวเขา เช่น กิจกรรมจิตอาสาสานฝันเด็กดอย บ้านจะต๋อเบอ ที่เธอและเพื่อนๆ ออกรับบริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องๆ ชาวเขาผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ยังได้รับมอบหมายจากวิทยาลัยให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการองค์การวิชาชีพ หน่วยวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ซึ่งมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อเพื่อนๆ นักศึกษาและสังคมมากมาย

ขึ้นเหนือคราวนี้มีโอกาสได้พูดคุยและทำความรู้จักกับ "ดา" สาวน้อยตัวเล็กๆ แต่มากความสามารถที่มาพร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางเพื่อนร่วมห้องชาวเขาเผ่าอาข่าที่มานั่งให้กำลังใจเพื่อนสาวกันอย่างครึกครื้น

"ดา" เริ่มต้นเล่าชีวิตครอบครัวให้ฟังว่า "พ่อแม่มีลูก 9 คน ดาเป็นคนที่ 3 ที่บ้านมีอาชีพทำไร่กาแฟแต่รายได้ไม่พอ บางปีผลผลิตไม่ดีก็ไม่ได้ พ่อกับแม่พูดมาตลอดว่าอยากให้ลูกทุกคนได้เรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบาก โชคดีว่ามูลนิธิซากุระเขามีทุนการศึกษาให้เด็กชาวเขา ดากับน้องๆ และพี่อีกสองคนก็เลยได้เรียนต่อ แต่ก็ไม่พอต้องกู้ยืม กยศ. และทำงานช่วยเหลือตัวเองส่วนหนึ่งด้วย ตอนนี้พี่สาวเรียนอยู่ที่ราชภัฎเชียงราย อีกคนเรียนด้านบริหารอยู่ต่างประเทศ "ดา" บอก

"ดา" บอกว่าหลังจากเรียนจบชั้น ม.3 ที่โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา ก็เลือกเรียนต่อทางด้านเทคโนโลยีผ้าและเครื่องแต่งกายที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เจ้าตัวบอกว่าเลือกทางนี้เพราะคิดว่าเป็นงานที่เราถนัดที่สุด ตอนเด็กๆ ก็ช่วยแม่ปักเย็บเสื้อผ้าใช้กันเองในบ้านอยู่แล้ว และเป็นอาชีพของชาวเขาทีทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย อีกอย่างเรียนสายอาชีพจบแล้วมีงานทำ และหารายได้ระหว่างเรียนไปด้วย "ดา" บอกว่าที่หอพักมีจักรเย็บผ้าอยู่ตัวหนึ่ง ช่วงที่ว่างเสาร์อาทิตย์จะรับตัดเย็บเสื้อผ้า ซ่อมเสื้อผ้าให้อาจารย์ในวิทยาลัย พอมีรายได้เป็นค่ากินอยู่ ไม่ต้องขอเงินทางบ้าน และได้ฝึกประสบการณ์ไปด้วย

ถามถึงรางวัลที่ได้รับ "ดา" บอกว่าต้องขอบคุณอาจารย์แผนกเทคโนโลยีผ้าและเครื่องแต่งกาย และการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ที่สอนการตัดเย็บเสื้อผ้าให้ตั้งแต่การฝึกเย็บจักร การตัดเย็บแบบง่ายๆ จนถึงการทำแพตเทิร์น แล้วค่อยๆ ฝึกฝนจนสามารถออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าในแบบต่างๆ ได้ "ดา" บอกว่าเธอเคยส่งชุดทำงานสตรีเข้าประกวดในงาน "ฝ้ายทอใจ" แต่พลาดรางวัลไปแต่ก็ไม่ท้อ พยายามพัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆ และก็ส่งผลงานเข้าประกวดอีกครั้ง ในการแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับวิทยาลัย ระดับภาค และระดับชาติซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศมาตลอด

ภาพ ผลงานรางวัลชนะเลิศของวิยะดา "การพันผ้าบนหุ่น"

การพันผ้าบนหุ่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติ กรรมการจะกำหนดสีและก็ขนาดของผ้ามาให้ คือ ต้องเป็นผ้าขนาด 15 เมตร คอนเซ็ปต์ต้องเป็นชุดราตรียาว และจะต้องใช้ผ้าให้หมดพอดีกับที่เขากำหนด ก็เลยเป็นชุดราตรีจับเดฟ ช่วงบนจะรัดเข้ารูปนำกุหลาบมาตกแต่ง ส่วนท่อนล่างจะฟูๆ เน้นรูปทรงช่วงหน้าอก เอว และสะโพก สวมใส่แล้วดูสง่า คิดว่าจุดเด่นที่ทำให้ชนะเลิศอยู่ที่การออกแบบที่ลงตัว บางคนออกมาจะไม่เห็นรูปทรง และพอถอดจากหุ่นมาให้คนสวมใส่จริงแล้วใส่ไม่ได้ คับไป หลวมไป แต่ชุดของ "ดา" ถอดออกมาแล้วสามารถสวมใส่กับคนจริงๆ ได้ "ดา" บอกถึงที่มาของรางวัลที่ได้รับ

ปัจจุบัน "วิยะดา" กำลังศึกษาอยู่ชั้น ปวส.2 เธอบอกว่าจบแล้วจะไปทำงานร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อหาประสบการณ์ไปก่อน ว่างก็จะเรียนต่อปริญญาตรีไปด้วย อนาคตอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจร้านเสื้อผ้าของตัวเอง ส่วนจะก้าวไปสู่การเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพได้หรือไม่นั้น ดาบอกว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่เธอบอกว่า "เมื่อฝันแล้วก็จะต้องไปให้ถึง"

ก่อนจากกัน "ดา" ฝากไปถึงหน่วยงานของรัฐว่า "อยากจะให้รัฐส่งเสริมเรื่องของทุนการศึกษาให้ชาวเขาได้เรียนและมีอาชีพที่มั่นคง ซึ่งมีเด็กชาวเขาจำนวนมากที่อยากเรียนแต่พ่อแม่ไม่มีเงิน เพราะส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำนา ซึ่งรายได้ไม่แน่นอน อยากจะให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องการเรียนและการอาชีพเสริม จะได้ไม่ต้องพึ่งพาแต่เกษตรอย่างเดียว ตอนนี้ตั้งใจว่าเรียนจบแล้วจะนำความรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บเสื้อผ้าที่เรียนมาไปสอนให้คนในชุมชน อย่างน้อยก็ช่วยให้เขามีอาชีพ มีรายได้เสริม จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นค่ะ...

ที่มา สารคนพันธุ์อา ฉบับที่ 5 สิงหาคม 2554

Feedback awaiting moderation

This post has 6 feedbacks awaiting moderation...

Leave a comment


Your email address will not be revealed on this site.

Your URL will be displayed.
PoorExcellent
(Line breaks become <br />)
(Name, email & website)
(Allow users to contact you through a message form (your email will not be revealed.)
This is a captcha-picture. It is used to prevent mass-access by robots.
Please enter the characters from the image above. (case sensitive)